วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561




😄 บันทึกอนุทินครั้งที่ 1 😄 วันหฤหัสบดีที่ 9 ส.ค.2561


         สวัสดีค่ะ วันนี้วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก ซึ่งวันนี้อ.บาสได้ปฐมนิเทศได้ให้คำแนะนำต่างๆ ได้ให้พวกเราทำความรู้จักกันแล้วอ.จารย์ก็แจกตัวปั๊มจ้าาาา


                                              

        และให้พวกเราทุกคนได้เล่นเกมส์  เป็นเกมส์การตอบคำถามที่เกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยเป็นการถามตอบแบบออนไลน์ค่ะ  ซึ่งเพื่อนๆแต่ล่ะคนต่างก็ตื่นเต้น รวมถึงตัวดิฉันด้วย และวันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยค่ะ ดิฉันรู้สึกสนุกและมีความสุขมากๆค่ะ 


ประเมินตนเอง:พึงพอใจในการเรียนวันนี้มากๆค่ะรู้สึกสนุกและตื่นเต้นมากๆค่ะ
ประเมินเพื่อน:ทุกคนมีความสุขกับการเรียนมากๆ
ประเมินอาจารย์:อาจารย์เป็นคนอารมณ์ดี สอนสนุก มีความสุขค่ะ










😸 บันทึกอนุทินครั้งที่ 16 😸
วันหฤหัสบดีที่22พ.ย2561


        สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้ปิดคลอสแล้วววว อาทิตย์นี้อาจารย์ไม่ค่อยสอนอะไร ส่วนมากจะบอกการลงเบียนเรียนมากกว่าหนูตั้งใจฟังมากนะ แต่หนูก็ดูงงๆอยู่ดี  แต่อาจารย์บอกเดี๋ยวพี่ๆจะมาบอกอีกที หนูก็อุ่นใจ
แล้วสุดท้ายอ.บาส ก็บอกแนวข้อสอบ ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่ก็ไม่ง่ายแบบเดิม







😍 บันทึกอนุทินครั้งที่ 15 😍
วันหฤหัสบดีที่15พ.ย2561
        


             สวัสดีค่ะอาทิตย์ที่แล้วไปมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม อาทิตย์นี้ไปที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม  อาทิตย์นี้ตื่นเต้นเหมือนกับอาทิตย์ที่แล้วเลย แต่วันนี้จะดูชิวกว่าเพราะคิดว่าจะเข้ากับเด็กได้
               ค่ะการศึกษาดูงานที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันเกษมจากที่ดิฉันได้เข้าที่โรงเรียนสาธิต
สภาพบรรยากาศในโรงเรียนอบอุ่น  น่าอยู่  สวยงาม  และมีสนามเด็กเล่นอย่างหลากหลายเลยค่ะในโรงเรียนสาธิตมีตั้งแต่    .เตรียม อ1 อ2 และ  อ3  และก็มีล่านประถมศึกษา  แต่เราไม่ได้ยุ่งกับ
              ดิฉันได้เข้าฟังแลกเปลี่ยนความรู้กันกลับคุณครูผู้สอนก็ได้คุยๆกันคะจากนั้น .บาสก็ได้แบ่งกลุ่มเพื่อที่จะได้เข้าไปศึกษาการเรียนการสอนเด็กๆ    ดิฉันได้ ยุห้อง  อ.3 เพราะว่าห้องอื่นเต็มหมดแล้วคะ  คะจากที่ได้เข้าไปนะคะ  ภายในห้องมีครูประจำชั้น   อยู่  2  คน   คือคุณครูดาด้า  และครูทรายและก็มีพี่ผึกสอน  1 คน คือพี่หนึ่งคะและนักเรียนชั้น อ.3  มีทั้งหมด 30  คนค่ะ แต่วันที่ไปมีนักเรียนมาแค่ 27คนค่ะจากที่ได้ที่ได้เข้าไปในห้องเรียนครูประจำชั้นของ  อ.3  ก็ได้ให้น้องๆแนะนำตัวเองให้พวกเราฟังค่ะ   พอน้องๆ    แนะนำตัวเองเสร็จครูก็ได้ให้พวกดิฉันแนะนำตัวเช่นกันค่ะกลุ่ม อ.3  ที่ไปคือมี 5 คน ค่ะแต่น้องๆจำชื่อดิฉันได้ค่ะเพราะชื่อดิฉันน่ากิน  555
น้องๆบอกชื่อจำง่าย  ดิฉันแอบยิ้มเพราะดีใจที่น้องๆจำได้ค่ะเข้าสู่การการเรียนการสอนคาบแลกของน้องๆ น้องๆ  เรียนเรื่องการคมนาคมทางบก  ทางน้ำและทางอากาศ  เด็กมีความสนใจมากค่ะ  เด็กๆเค้าจะแย้งกันตอบ  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  แต่เด็กชั้น  .3  นะค่ะมีแต่แสบๆเลยค่ะพูดได้ไม่เกิน 10 คำ  ก็อยู่ไม่นิ่ง
แต่พี่หนึ่งก็มีวิธีการจัดการกับเด็กๆ  ค่ะ  จากที่เรียนเสร็จนะค่ะครูทรายก็จะบอกให้เด็กได้ไปพักเข้าห้องน้ำ  โดยกำหนดเวลา   1 นาที  เด็กๆหน้ารักมากค่ะเดินออกเป็นแถวและตื่นเต้นกลัวไม่ทัน  ถามดิฉันถามดิฉันตลอดเลยค่ะถึงยังค่ะครบ  1 นาทียังเด็กใน อ.3  นี้นะค่ะเข้ามีความกล้าแสดงออกไม่ขี้อาย  ดื้อ  ซน  แต่ก็สมกับวัยของเค้าค่ะจากนั้นก็เรียนภาษาจีนต่อเด็ก  มีการเรียนรู้ได้รวดเร็วมากเลยค่ะเด็ก ๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบเรียนภาษาจีน  มีความสนใจเป็นพิเศษ  เพราะเด็กๆ  บอกว่าหนูเคยเรียนแล้วที่บ้าน  แต่ก็เด็กๆมีความตั้งใจดีค่ะ
                การศิกษาดูงานที่โรงเรียนสาธิตมหวิทยาลัยราชภัฏจันกเกษมในครั้งนะค่ะ  ดิฉันได้รับความรู้มากมาย  ได้เห็นวิธีการสอนที่หลากหลายของครูที่นี้ค่ะ   จากที่ดิฉันได้มาศึกษาดูงานครั้งที่   2  แล้ว ดิฉันสังเกตเห็นได้ชัดเลยค่ะ  เพราะว่าเด็กที่สลัมเด็กของเขาส่วนมากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองมากกว่าเด็กที่สาธิต  ส่วนการเรียนรู้เด็กสาธิต  จะมีพัฒนาการและการเรียนรู้ที่เร็วกว่า  และสภาพต่างๆ  ของเด็กสาธิตดีกว่าเด็กในสลัม   สุดท้ายนี้อยากบอกถึง  อ.  บาส  ว่าหนูสนุกมากๆค่ะเลยยากให้  อ.บาส   พาไปศึกษานอกสถานที่อีกค่ะ


   

  

และนี่พวาเราที่มาดุเด็กห้องอนุบาล 3จ้า


ประเมินตัวเอง  มีความสุข  ตื่นเต้นๆมากๆ  
ประเมินเพื่อน    มีความสุข  ตื่นเต้นๆมากๆ   สนุกสนาน


ประมินอาจารย์  มีการพานักศึกษาไปศึกษานอกสถานที่  จัดการเรียนการสอนเหมาะสม






 👯 บันทึกอนุทินครั้งที่ 14 👯วันหฤหัสบดีที่8พ.ย2561


        สวัสดีค่ะ วันนี้เราไปศึกษาดูงานที่ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมเสือใหญ่ หนูตั้งหน้าตั้งรอทั้งอาทิตย์ ตื่นเต้นสุดๆ อาจารย์8โมงเช้า หนูนี่ตื่นอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่6โมงกลัวไม่ทันระหว่างการเดินทางไป ก็พบสภาพชุมชนก็ไม่ค่อยน่าอยู่  สมกับเป้นสลัมจริงค่ะ พอไปถึงพ็ไปฟังประวัติของมูลนิธิ มูลนิธิเด็กอ่อนสลัมก่อตั้งโดยครูประทีบ   อึ้งทรงธรรม   ต่อมาในปี   2526  ได้มีสมเด็จย่าทรงเป็นองค์อุปถัมภ์  และก็มีสมเด็จพระเทพ  ทรงเป็นอุปถัมภ์ต่อจนถึงปัจุบันนี้    มูลนิธิเด็กส่วนใหญ่เด็กอยู่ในมูลนิธิจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน    พ่อแม่ติดยาเสพติด  มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมมีด้วยกันอยู่    4  แห่ง   คือ   ชุมชนครองเตย     บ้านศรีนครินทร์  ชุมชนกองขยะอ่อนนุช   และชุมชนซอยเสือใหญ่ประชาอุทิศ

             จากนั้นที่ดิฉันได้เข้าไปศึกษาที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมบ้านเสือใหญ่ 
ก็จะเห็นว่ามูลนิธิแห่งนี้เป็นตึก   5   ชั้น    โดยรอบๆ  ก็มีสนามเด็กเล่น   มีรุปปั้นของสมเด็จย่า  ภายในอาคารสะอาดและสวยงาม   มูลนิธิแห่งนี้มีเด็กประมาณ   90   คน
โดยจะแบ่งเด็กออกเป็น     3  ช่วงวัย  คือช่วงแรกจะเป็นเด็กอายุ   3  เดือน   -  1 ขวบครึ่ง   ช่วงเด็กกลางมีอายุตั้งแต่  1  ขวบครึ่ง -  3  ปี    และ   ช่วงอายุตั้งแต่   3ขวบ  -  5 ขวบ   ในแต่ละช่วงวัยก็จะมีการสอนการดูแลที่แตกต่างกันไป   โดยจะมีครูประจำชั้นประมาณ   ห้องละ    3  -   5    คน    ค่ะดิฉันได้มาศึกษาเด็กช่วงอายุ  1   ขวบ  -  3  ก็คือเด็กกลางนั้นเองค่ะ   ก็ได้ไปอยู่ดูแลเด็กช่วยครูพี่เลี้ยง  ฉันได้ร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก  ตั้งแต่เด็กขึ้นห้องเลยค่ะ   ก็คือ  ตอนเช้าหลังจากเข้าแถว   ร้องเพลงชาติ  สวดมนต์เสร็จ  เด็กๆ   ก็จะพากันขึ้นห้องโดยมีครูพาไป  พอถึงห้องเด็กก็จะได้กินนมและอาหารว่างมีทั้งนมและขนม  พอกินเสร็จก็จะมีกิจกรรมให้เด็กระบายสี  ได้เข้าไปสอนเด็กให้ระบายเริ่มจากการจุ่มสี  แล้วแปะไปที่กระดาษ  ก็ได้พาเด็กๆ  ทำ  ฉันรู้สึกมีความสุขค่ะ เห็นเด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ  ต่อจากนั้น  ครูพี่เลี้ยงก็ได้มีการให้เด็กได้เล่นนันทนาการ คือ การเล่นของเล่นค่ะ เด็กในช่วงนี้ที่ดิฉันได้ไปดูแลไปสัมผัสเด็กค่อนข้างที่จะไม่นิ่งเท่าไหร่  แต่ครูพี่เลี้ยงก็มีวิธีควบคุมเด็กโดยร้องเพลง เด็กก็จะหยุดโดยอัตโนมัติ  เด็กที่อยู่ในห้อง ครูก็จะเดินเปิดดูเด็กตลอดเวลา   บ้างนะคะเด็กบางคนก็จะโดนจับอาบน้า   บางคน ก็อาบน้าวันละ  2 -3  รอบต่อวันเลยก็มีค่ะ  แรก ๆ  ที่ไปดูเด็กก็จะกลัวๆ ไม่ชินไม่กล้าสบตาดิฉันเลยค่ะแต่พอนานๆ  ไปเด็กเริ่มชิ้น  ก็มีเด็กเข้ามากอดเข้ามานั่งตักเราค่ะ   หลังจากที่เล่นของเล่นเสร็จก็จะได้ให้เด็กได้ทานข้าว  ตัวดิฉันเองก็ได้มีโอกาสป้อนข้าวน้อง  ได้ช่วยครูพี่เลี้ยงแต่งตัวให้เด็กๆ  ฉันสังเกตเห็นว่าเด็กบางคนมีอาการซึมเศร้า  บ้างคนก็มีรอยเตารีดดาด  เด็กแต่ละคนก็น่าส่งสารมากค่ะ  แต่ที่มูลนิธิแห่งนี้นะค่ะ  เด็กจะได้กินตลอดเวลาเลย กินแล้วเล่นเล่นแล้วกิน และพี่เลี้ยงบอกว่าก่อนกลับบ้านให้เด็กกินข้าวก่อนกับบ้านอีกรอบค่ะ
                        การศึกษาดูงานมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในครั้งนี้นะค่ะ  ฉันได้รับความรู้มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของมูลนิธิ   การเลี้ยงรู้เด็กอ่อน   วีธิการสอนของแต่ละช่วงปีของเด็กอ่อนที่นี้  ตัวดิฉันเองฉันคิดว่ามูลนิธิแห่งนี้   คงจะไม่น่าดู  ไม่น่าเข้า  แต่พอไปถึงจริงๆแล้ว  มูลนิธิแห่งนี้สวยมากสะอาด  เด็กทีมูลนิธิน่ารัก  บางคนขาวอย่างกับลูกฝรั่งเลยก็มี   ฉันได้เห็นถึงพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ฉันคิดว่าฉันจะเอาความรู้ที่ได้นี้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนของฉันในอนาคตค่ะ
สุดท้ายเลยก็ยากบอกถึง  อ.บาส ค่ะ   ว่าหนูสนุกมากและมีความสุขที่ได้ไปศึกษาที่มูลนิธิแห่งนี้  อ. บาส  พาพวกหนูไปดูงานไปศึกษาในที่ต่างๆ  อีกค่ะขอบคุณสำหรับการพาไปดูงานที่มูลนิธิแห่งนี้ค่ะ






ประเมินตัวเอง  มีความสุข  ตื่นเต้นๆมากๆ  
ประเมินเพื่อน    มีความสุข  ตื่นเต้นๆมากๆ   สนุกสนาน
ประมินอาจารย์  มีการพานักศึกษาไปศึกษานอกสถานที่  จัดการเรียนการสอนเหมาะสม







😵 บันทึกอนุทินครั้งที่ 13 😵
วันหฤหัสบดีที่1พ.ย2561


       

                  สวัสดีค่ะอาทิตย์นำเสนองานกลุ่มอาทิตย์ที่แล้ว นำเสนอเรื่องการสอนของเรกจิโอ ทุกกลุ่มจะได้หัวข้อเดียวกันนำเสนอบ่อยนะแต่หนูก็ยังไม่ชิน ยังกล้าๆกลัวๆอยู่เลย ระหว่างนำเสนอตั้งใจสุดๆแล้ว เต็มที่ที่สุดแล้ว
แต่มันยังอ่านติดๆขัดๆ อ่านผิดอ่านถูกบ้าง ท้ายคาบอาจารย์นัดเรื่องการลงพื้นที่ นัดเวลา นัดสถานที่ตื่นเต้นเพราะไม่เคยลงพื้นที่อย่างนี้เลย อยากให้ถึงอาทิตย์เร็วๆ

ประเมินตนเอง  มีความสุข  และตื่นเต้น  อยากจะลงพื้นที่เร็ว
ประเมินเพื่อน  มีตื่นเต้นเล็กน้อย  นำเสนอได้ดีเกือบทุกกลุ่ม  และหลายคนก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปลงพื้นที่

ประเมินอาจารย์  อธิบายเนื้อหาเพิ่มเต็มให้นักเรียนได้เข้าใจมากขึึ้น

                                        






😍 บันทึกอนุทินครั้งที่ 12 😍
วันหฤหัสบดีที่25ต.ค.2561


            สวัสดีค่ะหลังจากมีการสอบอาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์นี้อาจารย์ก็บอกคะแนนเลย คิดว่าตอนสอบตื่นเต้นแล้ว
ตอนบอกคะแนนตื่นเต้นกว่า กลัวจะได้คะแนนน้อย  และกลัวสอบม่ผ่าน
 แต่พออาจารย์บอกคะแนนหนูก็โล่งใจเลยค่ะเพราะหนูสอบผ่าน พอบอกคะแนนเสร็จอาจารย์ก็สอนต่อเลย วันนี้เรียนเรื่อง นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
      การสอนแบบ story line
           “การสอนวิธีสตอรี่ไลน์ (Storyline)”
           เริ่มต้นที่ประเทศสก๊อตแลนด์ เมื่อปี ค.ศ.1960  โดยศาสตราจารย์สตีฟ เบล (Steve Bell) อาจารย์แซลลี่ ฮัคเนส (Sallie Harkness) เฟรดเรนเดล  (Fred Rendell) และคณาจารย์จากวิทยาลัยครูจอร์แดนฮิล (Jordanhill College of Education) ที่ได้ร่วมกันสร้างและพัฒนาวิธีการสอนสตอรี่ไลน์ขึ้น Storyline มาจากคำว่า Story และ Line ซึ่งหมายถึง เส้นทางของเรื่องหรือแนวคิดของเรื่อง เป็นการดำเนินเรื่องที่เรียงต่อเป็นลำดับ จุดเส้นเชือก
       สตอรี่ไลน์ เป็นวิธีการสอนที่ถือว่าครูและนักเรียนเป็นหุ้นส่วนในการคิดและวางแผนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยยึดถือหลักความต้องการและความสนใจของนักเรียน สตอรี่ไลน์ เป็นวิธีการสอนที่ให้นักเรียนได้พัฒนาองค์ประกอบของตนเองที่สำคัญคือ ความรู้ (knowledge) ทักษะ (skills) และความรู้สึก (feeling) จากการเรียนรู้ด้วยวิธีการฝึกปฏิบัติ (practice)  จากการสะท้อนข้อมูล (reflection) และเรียนรู้จากทฤษฎี (theory) ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายมีการเริ่มเรื่อง การดำเนินเรื่องและมีตอนจบ โดยมีคำถามหลัก (key questions) เป็นตัวเชื่อมการดำเนินเรื่องตามเส้นทางการเดินเรื่องให้นักเรียนได้ค้นหาและสร้างสรรค์คำตอบด้วยการปฏิบัติกิจกรรมที่ครูจัดเตรียมไว้และในทุกขั้นตอนของสตอรี่ไลน์เน้นการใช้คำถามเป็นสำคัญ
          การสอนแบบ High Scope
            การจัดประสบการณ์แบบไฮสโคป มีพื้นฐานแนวคิดมาจากทฤษฎีของพิอาเจท์ ว่าด้วยพัฒนาการทางสติปัญญา ที่เน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติที่เด็กสามารถสร้างความรู้ได้เองโดยใช้กระบวนสร้างสรรค์การเรียนรู้ เด็กจะเรียนรู้จากการกระทำของตนเอง การประเมินผลงานอย่างมีแบบแผน ช่วยให้เด็กเกิดความรู้ขึ้น
  1. เด็กสามารถสร้างความรู้ได้จากการมีส่วนร่วมกระทำกับบุคคล วัสดุอุปกรณ์เหตุการณ์และความคิด เนื่องจากเป็นกระบวนการจูงใจจากภายใน
  2. ในขณะที่เด็กกำลังลำดับความคิดความสามารถในแต่ละขั้นขณะปฏิบัติ ผู้ใหญ่จะเป็นผู้มีส่วนช่วยสนับสนุนพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
  3. การสนับสนุนของผู้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ การยอมรับจากการเลือก การคิดและการกระทำของเด็กเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็ก สร้างให้เด็กมีความมั่นใจในตนเอง มีความรู้สึกรับผิดชอบและรู้จักควบคุมตนเอง
  4. การสังเกตความสนใจและความตั้งใจของเด็กอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นขั้นตอน ที่สำคัญสำหรับการเข้าใจระดับพัฒนาการของเด็ก การวางแผนและดำเนินปฏิสัมพันธ์กับเด็กได้อย่างเหมาะสม
รูปแบบการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
แนวคิดพื้นฐาน
           การเรียนการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย มีแนวคิดพื้นฐาน คือ การเข้าใจว่าเด็กมีความสามารถในการรับรู้ มีความพร้อมและมีศักยภาพแห่งตน ครูจึงต้องจัดการเรียนการสอนให้โรงเรียนเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญ
           โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีครูเป็นสื่อการสอนนำพาให้เด็กสามารถสร้างการเรียนรู้ด้วยการกระทำ การแสดงออก การจัดสิ่งแวดล้อม และการกระตุ้นเร้าที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตนเอง
           นวัตกรรมการสอนแบบมอนเตสเชอรี่
      • การสอนแบบมอนเตสซอรี่ ได้มาจากการที่มอนเตสซอรี่ได้สังเกตเด็กในสภาพที่เป็นจริงของเด็ก ไม่ใช่สภาพที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กเป็น จากการสังเกตเด็กจึงได้พัฒนาวิธีการสอน การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์การสอนต่างๆ ขึ้นมาใช้ โดยเริ่มต้นจากการทดลองที่โรงเรียนที่มอนเตสซอรี่เข้าไปรับผิดชอบ ที่เรียกว่า Casa Dei Bambini หรือ Children's House แล้ววิธีการสอนนี้จึงได้แพร่หลายต่อไปจนทั่วโลกเช่นในปัจจุบัน
แล้วท้ายคาบอาจารย์ก็สั่งงานกลุ่ม

ประเมินตนเอง   รู้สึกตื่นเต้น  มีความสุขกับการเรียน
ประเมินเพื่อน  มีความตื่นเต้น  บางคนดีใจจนร้องไห้เลย
ประเมินอาจารย์   สอนดีมากๆ  สอนเข้าใจ

   

                               





😌 บันทึกอนุทินครั้งที่ 11 😌
วันหฤหัสบดีที่18ต.ค.2561


                                    สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้เป็นการสอบกลางภาคของอ.บาสจ้า






😘 บันทึกอนุทินครั้งที่ 10 😘วันหฤหัสบดีที่11ต.ค.2561


            สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้  เราเรียนกันแบบจัดเต็มเลยค่ะ  อ.บาสบอกว่าเราเรียนกันแบบชิว  มีแค่ 25-30 สไลน์เอง 5555 วันนี้ก็เริ่มด้วย    รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย กันเลยค่ะ
  รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542 ได้กำหนดการศึกษาในประเทศไทยออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 
  1.การศึกษาในระบบ     2.การศึกษานอกระบบ    3.การศึกษาตามอัธยาศัย
ส่วนการศึกษาในระดับปฐมวัยนั้นสามารถจัดการเรียน   การสอนได้ทั้งสามระบบ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่หลายหน่วยงาน ดังนี้
   1.  ศูนย์เด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก  (Day  Care  Center /  Nursery ) รับวัยแรกเกิด  ถึง 3 ปี
   2. โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten ) วัย 3- 5 ปี
   3. ศูนย์พัฒนาเด็ก
รูปแบบการจัดโรงเรียนอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลคือสถานเลี้ยงดูเด็กชายหญิง อายุ 3 – 6 ปี มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ทั้งเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะศึกษาขั้นต่อไป โรงเรียนอนุบาลเป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่อบรมเลี้ยงดูเด็กแทนพ่อ แม่ ในเวลากลางวัน ช่วยเหลือแม่ที่มีบุตรต้องดูแลหลายคนหรือที่ออกไปทำงานนอกบ้าน
  โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ เป็นโรงเรียนอนุบาลของรัฐแห่งแรกที่ตั้งขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2483 ต่อมาโรงเรียนอนุบาลได้ขยายไปตามจังหวัดต่าง ๆ 

 หน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัย
กระทรวงศึกษาธิการ
  - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  - สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

  - สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
กระทรวงสาธารณสุข
  - กรมการแพทย์
  - กรมอนามัย
  - กรมสุขภาพจิต
  - กรมควบคุมโรคติดต่อ
กระทรวงมหาดไทย
  - กรุงเทพมหานคร
  - สำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่น
  - กรมการพัฒนาชุมชน
กระทรวงแรงงาน
  - กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  - กรมประชาสงเคราะห์
กระทรวงวัฒนธรรม
  - กรมการศาสนา
สำนักนายกรัฐมนตรี
  - กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
  - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ
หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  - มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ 
  - มูลนิธิดวงประทีป 
  - สถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว (สพด.) 
  - สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.)
  - สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน
  - สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี (วีเทรน)

ประเมินตัวเอง  ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ  
ประเมินเพื่อน  มีง่วงๆซึมๆอยู่หลายคน  เพราะเนื้อหาเยอะเพื่อนบางคนไม่ได้นอน
ประเมินอาจารย์  สอนได้เข้าใจ  อธิบายเนื้อหาละเอียด



😎 บันทึกอนุทินครั้งที่  9 😎
วันหฤหัสบดีที่4ต.ค.2561


                สวัสดีค่ะ หลังจากผ่านสอบกลางภาคเสร็จแล้ว ก็กลับมาเรียนปกติ วันนี้ก็นำเสนอการศึกษาอนุบาลของแต่ละประเทศต่อแต่ถ้ากลุ่มนำเสนอไปแล้ว อาทิตย์นี้ก็นั่งฟังเฉยๆ และท้ายคาบอาจารย์ก็นัดวันสอบนอกตาราง วันที่ 18 ตุลาคม แล้วมีสอน การศึกษาประถมวัยในต่างประเทศ
                 การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ เยาวพา เดชะคุปต์. 2542 การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยนั้นจัดได้ว่ามีความสำคัญทั่วโลก ในต่างประเทศก็ได้ให้ความสำคัญในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โดยมีการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในรูปแบบต่าง ๆ การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศที่ควรได้ศึกษา มีทั้งประเทศในยุโรป อเมริกา และทวีปเอเชีย เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความสำคัญของเด็กปฐมวัย ให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาประชาชนประเทศต่าง ๆ ได้พยายามจัดบริการขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กปฐมวัย

ประเมินตนเอง  มีความสุข  นั่งฟังเพื่อนบรรยาย
ประเมินเพื่อน  มีตื่นเต้นเล็กน้อย  นำเสนอได้ดีเกือบทุกกลุ่ม
ประเมินอาจารย์  อธิบายเนื้อหาเพิ่มเต็มให้นักเรียนได้เข้าใจมากขึึ้น







😍 บันทึกอนุทินครั้งที่ 8 😍 วันหฤหัสบดีที่27ก.ย.2561



             สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้เป็นการสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัยจึงไม่มีการเรียนการสอนค่ะ









😁 บันทึกอนุทินครั้งที่7 😁
วันหฤหัสบดีที่20ก.ย.2561
       


          สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้  วันนี้ก็เรียนรวม 2 เซกเช่นเดิมค่ะเพราะวันนี้มีพรีเซ้นส์ต่อจากอาทิตย์แล้วเรื่องการศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศซึ่งอาทิตย์นี้กลุ่มพวกฉันได้นำเสนอแล้วในหัวข้อ'การศึกษาปฐมวัยในประเทศแม็กซิโก'ค่ะ ทำให้ทราบว่าประเทศนี้มีการเคลื่อนไหวในการศึกษาเกี่ยวกับเด็กช้ากว่าประเทศอื่น โดยมีอิทธิพลของโซเวียตรัสเซียด้วยค่ะ และพอนำเสนอจบแล้วก็ได้มีการตั้งคำถาม 3 คำถามให้เพื่อนตอบเหมือนกลุ่มอื่นๆด้วยค่ะ

                           

                            


ประเมินตัวเอง   ตั้งใจฟังอาจารย์  มีความสุขในการเรียนมากๆค่ะ 
ประเมินเพื่อน   มีความสุขสนุกสนาน
ประเมินครู   เป็นผู้ฟัง  และอธิบายให้นักเรียนได้เข้าใจ  ในบางเนื้อหาอาจจะหาไม่ละเอียด 


                                          










😉 บันทึกอนุทินครั้งที่6 😉
วันหฤหัสบดีที่ 13ก.ย.2561


            สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้  วันนี้ได้นำเสนองานเรื่องการศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศของทั้ง 2 เซก เพราะเรียนรวมกันทั้ง 2 เซก โดยพรีเซ้นส์เป็นแต่ละประเทศของทั้ง 2 เซก แต่ครั้งนี้ก็พรีเซ้นส์ได้แค่ 6 กลุ่ม 3 ประเทศ คือ การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา อัลเบอร์แคนาดา ค่ะ ส่วนอีก 3 ประเทศ 6 กลุ่มที่เหลือได้นำเสนอในอาทิตย์ถัดไปค่ะ

                             


ประเมินตัวเอง   ตั้งใจฟังอาจารย์  มีความสุขในการเรียนมากๆค่ะ 
ประเมินเพื่อน   มีความสุขสนุกสนาน
ประเมินครู   เป็นผู้ฟัง  และอธิบายให้นักเรียนได้เข้าใจ  ในบางเนื้อหาอาจจะหาไม่ละเอียด








😇 บันทึกอนุทินครั้งที่5 😇วันหฤหัสบดีที่ 6 ก.ย.2561


            สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้เราเรียนเรื่อง นักปราชญ์และประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทยในอดีตการอนุบาลศึกษาไทยเริ่มต้นจากสมัยสงครามโลกครั้งที่2  คนไทยนั้นสนใจในการปลูกฝังความดีและความรู้ให้แก่เด็กมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว และในสมัยรัชกาลที่5 การส่งเสริมเด็กเล็กให้เรียนที่มีทั้งในพระราชวัง วัด โรงเรียน  และบ้าน  สมัยรัชกาลที่6 นั้นมีชั้นมูลคือเด็กเล็กอยู่ในโรงเรียนประถมด้วย  เด็กทุกคนได้รับการอบรมและปลูกฝังอุปนิสัย  จริยธรรม  คุณธรรม  และความรู้เป็นอย่างดี  กระทรวงธรรมการได้จัดส่ง นางจิตรา  ทองแถม ณ อยุธยา. ไปศึกษาและดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น6เดือน และได้กลับมาจัดเตรียมการดำเนินงานโรงเรียนอนุบาล. ระหว่างนี้ น.ส.สมถวิล สวยสำอาง  ได้ขออนุญาตไปศึกษาวิชาอนุบาลที่ประเทศญี่ปุ่นในปีพ.ศ.2482กระทรวงครูธรรมการได้คัดเลือกครู3คน คือ น.ส.สวัสวดี วรรณโกวิทน.ส.เอื้อนทิพย์  เปรมโยธิน และ น.ส.เบญจา ตุงคะสิริ  ไปเรียนวิชาอนุบาล. พ.ศ.2484. หลังจากกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศขึ้นเป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของกระทรวงศึกษาธิการค่ะ


                                         

                          



ประเมินตนเอง  ตั้งใจฟังอาจารย์
ประเมินเพื่อน  ตั้งใจฟังอาจารย์
ประเมินอาจารย์  อธิบายละเอียด เน้นเนื้อหาสำคัญ







😆 บันทึกอนุทินครั้งที่4 😆 วันหฤหัสบดีที่  30 ส.ค.2561


        สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องแผนพัฒนาชาติ อ.บาสได้ให้พวกเราจับกลุ่มทำmy  mapping  เรื่องที่อ.บาสแบ่งให้  กลุ่มของดิฉันได้เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมชาติค่ะ  พวกเราได้ช่วยกันคิดหาข้อมูลที่เกี่ยวกับปฐมวัยค่ะ



        พอทำเสร็จ  อ.บาสก็ได้ให้พวกเราได้นำเสนอ  กลุ่มของดิฉันได้นำเสนอเป็นกลุ่มที่2ค่ะ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องมีไม่เยอะมาก  จึงทำให้พวกเรานำเสนอจบเร็วค่ะ





ประเมินตนเอง  มีความสุขได้ใช้ความคิดและได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ
ประเมินเพื่อน  มีความสุขและกระตือรือร้นในการหาจ้อมูอ
ประเมินอาจารย์  สอนเข้าใจ








😀 บันทึกอนุทินครั้งที่ 2 😀วันหฤหัสบดีที่ 16 ส.ค.2561


        สวัสดีค่ะ วันนี้เราเรียนเรื่องบทความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาการศึกษาปฐมวัย ได้เรียนคำศัพท์ต่างๆที่เกี่ยวกับการปฐมวัย ความสำคัญปฐมวัย  จุดมุ่งหมายของการจักการศึกษาปฐมวัย


                                        


                                       



ประเมินตนเอง:พึงพอใจในการเรียนวันนี้มากๆค่ะและได้รับความรู้ใหม่ๆ
ประเมินเพื่อน:ทุกคนมีความสุขกับการเรียนมากๆ
ประเมินอาจารย์:อาจารย์ สอนสนุก และเวลาเรียนเลยไม่น่าเบื่อค่ะ






😊 บันทึกอนุทินครั้งที่ 3 😊วันหฤหัสบดีที่  23 ส.ค.2561
     

           
          สวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้เป็นวันไหว้ครู จึงไม่มีการเรียนการสอนค่ะ








😜 แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8 😜  เรื่อง สภาพปัญหาและแนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย   


1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ
1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2.การศึกษานอกระบบ  เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล
3.การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตาม
ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น

2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  อัตราการตายของเด็กทารกเเรกเกิดปัญหากาดถูกทอดทิ้งเเละทารุณกรรม

3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม

4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก

5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ การเปลี่ยนแปลง.รูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา

7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้
คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ

8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้ง ร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชน
ได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ 

9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

 10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย






😄 บันทึกอนุทินครั้งที่ 1 😄  วันหฤหัสบดีที่ 9 ส.ค.2561          สวัสดีค่ะ วันนี้วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก ซึ่งวันนี้อ.บาสได้ป...